อัปเดตล่าสุด 2026 คนไทยไปประเทศไหนได้บ้างโดยไม่ต้องขอวีซ่า? รวม 35 ประเทศ/ดินแดนที่พาสปอร์ตไทยเดินทางได้ง่าย

หากคุณกำลังค้นหาว่า “37 ประเทศไทยไปได้ไม่ต้องขอวีซ่า 2026” หรือ “พาสปอร์ตไทยไปประเทศไหนได้บ้าง 2026” ข้อมูลล่าสุดที่ควรยึดเป็นหลักคือเอกสารจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งระบุว่า ณ วันที่ 1 เมษายน 2026 ผู้ถือ หนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดา สามารถเดินทางไปยัง 35 ประเทศ/ดินแดน ได้โดย ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ทั้งนี้ บางแห่งเป็นการยกเว้นวีซ่าฝ่ายเดียว และบางแห่งมีเงื่อนไขพิเศษเรื่องจำนวนวันหรือช่วงเวลาที่อนุญาต จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทางทุกครั้ง
Visa Free คืออะไร และต่างจาก Visa on Arrival อย่างไร?
Visa Free หรือ ยกเว้นการตรวจลงตรา หมายถึง ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศปลายทางได้โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าจากสถานทูตล่วงหน้า แต่เมื่อเดินทางถึงแล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังมีสิทธิพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เข้าเมืองได้ตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ
ส่วน Visa on Arrival คือการที่นักท่องเที่ยวยังต้องทำเรื่องขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึงปลายทาง เพียงแต่ไม่ต้องยื่นล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง ดังนั้นสองแบบนี้ไม่เหมือนกัน และไม่ควรนำมาปะปนกันในบทความเดียวโดยไม่แยกให้ชัดเจน
สรุปสั้น ๆ ก่อนเริ่ม: ปี 2026 คนไทยไปได้กี่ประเทศแบบไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า?
คำตอบที่อ้างอิงจากเอกสารทางการล่าสุดคือ 35 ประเทศ/ดินแดน สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดา ไม่ใช่ 37 ประเทศตามที่หลายคนเข้าใจ โดยในจำนวนนี้มีทั้งประเทศในเอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกา และดินแดนพิเศษบางแห่ง เช่น ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน
รายชื่อ 35 ประเทศ/ดินแดน ที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า ปี 2026
เอเชียและดินแดนใกล้ไทย
กลุ่มประเทศยอดนิยมสำหรับเที่ยวใกล้ เดินทางง่าย
1) ญี่ปุ่น – พำนักได้ไม่เกิน 15 วัน
ญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดฮิตของคนไทย แต่ในเอกสารล่าสุดระบุชัดว่าเป็นมาตรการแบบมีช่วงเวลา โดยยกเว้นวีซ่าสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยถึง 1 สิงหาคม 2026 ภายใต้เงื่อนไขตามที่ญี่ปุ่นกำหนด เหมาะมากสำหรับทริปสั้น เที่ยวโตเกียว โอซาก้า เกียวโต ฟุกุโอกะ หรือฮอกไกโด
2) เกาหลีใต้ – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
เหมาะทั้งเที่ยวเอง ช้อปปิ้ง และตามรอยซีรีส์ ระยะเวลาพำนักค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย
3) จีน – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เป็นอีกประเทศที่คนไทยให้ความสนใจมาก ทั้งเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เฉิงตู ฉงชิ่ง คุนหมิง และเส้นทางธรรมชาติยอดนิยมต่าง ๆ
4) ฮ่องกง – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะกับสายช้อป สายกิน และสายมู เดินทางจากไทยสะดวก ใช้เวลาบินไม่นาน
5) มาเก๊า – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
จุดหมายที่เหมาะกับทริปสั้น สามารถวางแผนคู่กับฮ่องกงได้ง่าย
6) ไต้หวัน – พำนักได้ไม่เกิน 14 วัน
ในปี 2026 ไต้หวันยังให้สิทธิยกเว้นวีซ่าแก่คนไทยแบบมีช่วงเวลา โดยเอกสารล่าสุดระบุช่วง 1 สิงหาคม 2025 ถึง 31 กรกฎาคม 2026 จึงควรเช็กอัปเดตอีกครั้งก่อนจองทริป
7) สิงคโปร์ – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะสำหรับเที่ยวครอบครัว เที่ยวสวนสนุก ดูคอนเสิร์ต และทริปสั้นแบบ 2–4 วัน
8) มาเลเซีย – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เที่ยวได้ทั้งกัวลาลัมเปอร์ มะละกา ปีนัง ยะโฮร์ และลังกาวี
9) อินโดนีเซีย – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะกับสายทะเล สายคาเฟ่ และสายพักผ่อน โดยเฉพาะบาหลี
10) บรูไน – พำนักได้ไม่เกิน 14 วัน
เป็นประเทศขนาดเล็กที่เดินทางไม่ยาก เหมาะกับคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ในอาเซียน
11) กัมพูชา – พำนักได้ไม่เกิน 60 วัน
ระยะเวลาพำนักค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค เหมาะทั้งท่องเที่ยวและเดินทางข้ามแดน
12) ลาว – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เดินทางสะดวกมากสำหรับคนไทย ทั้งทางเครื่องบิน รถยนต์ และรถไฟ
13) เมียนมา – พำนักได้ไม่เกิน 14 วัน
เอกสารทางการระบุเงื่อนไขว่าใช้ได้ เฉพาะการเดินทางผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ จึงต้องเช็กเส้นทางเข้าเมืองให้ชัดเจน
14) เวียดนาม – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
จุดหมายยอดนิยมทั้งฮานอย ดานัง โฮจิมินห์ ซาปา ฟู้โกว๊ก และญาจาง
15) ฟิลิปปินส์ – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะกับสายทะเล ดำน้ำ และเที่ยวเมืองสไตล์เกาะ
16) มัลดีฟส์ – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะกับทริปฮันนีมูน พักผ่อน และสายรีสอร์ต
17) มองโกเลีย – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะกับสายธรรมชาติ ทุ่งหญ้า ม้า แคมป์ และวิวเปิดกว้างไม่เหมือนใคร
18) คาซัคสถาน – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักเดินทางไทย โดยเฉพาะสายธรรมชาติและวิวภูเขา
19) คีร์กีซสถาน – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะกับคนที่ชอบเส้นทางธรรมชาติ ทะเลสาบ และภูเขา
20) ทาจิกิสถาน – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เป็นปลายทางที่ไม่แมส แต่โดดเด่นด้านธรรมชาติและเส้นทางภูเขา
21) โอมาน – พำนักได้ไม่เกิน 14 วัน
เหมาะกับคนที่สนใจเที่ยวตะวันออกกลางแบบธรรมชาติ ทะเลทราย และเมืองเก่า
22) ซามัว – พำนักได้ไม่เกิน 60 วัน
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวหมู่เกาะและบรรยากาศธรรมชาติแบบแปซิฟิก
23) ติมอร์-เลสเต – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
อีกหนึ่งจุดหมายที่คนไทยสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
24) ตุรกี – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
แม้จะอยู่ระหว่างยุโรปกับเอเชีย แต่เป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย ทั้งอิสตันบูล คัปปาโดเกีย และปามุคคาเล่
ยุโรปและยูเรเชีย
ประเทศที่เหมาะกับทริปยาวขึ้นและคนที่อยากเที่ยวต่างภูมิภาค
25) จอร์เจีย – พำนักได้ไม่เกิน 365 วัน
จอร์เจียโดดเด่นมาก เพราะเป็นหนึ่งในปลายทางที่คนไทยอยู่ได้ยาวที่สุดแบบไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เหมาะทั้งท่องเที่ยว พักระยะยาว หรือทำทริปหลายเมือง
26) รัสเซีย – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เป็นประเทศที่ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเส้นทางฤดูหนาว
อเมริกาใต้และอเมริกากลาง
เหมาะกับสายเที่ยวไกลและคนที่ชอบทริปประสบการณ์ใหม่
27) อาร์เจนตินา – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
เหมาะสำหรับคนที่สนใจธรรมชาติ เมืองใหญ่ และทริปอเมริกาใต้
28) บราซิล – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
เป็นปลายทางใหญ่ของอเมริกาใต้ เหมาะกับทั้งเที่ยวเมืองและธรรมชาติ
29) ชิลี – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
เหมาะกับสายธรรมชาติและสายถ่ายภาพ
30) เอกวาดอร์ – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
เป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
31) เฮติ – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
มีสิทธิยกเว้นวีซ่าสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยตามรายการล่าสุดของกรมการกงสุล
32) ปานามา – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
อีกหนึ่งประเทศในอเมริกากลางที่พำนักได้ค่อนข้างนาน
33) เปรู – พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และทริปอเมริกาใต้แบบจริงจัง
แอฟริกาและหมู่เกาะ
ปลายทางที่เหมาะกับสายทะเล ธรรมชาติ และทริปพรีเมียม
34) เซเชลส์ – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
ปลายทางสวยงามระดับโลก เหมาะกับทริปพักผ่อนและทะเลพรีเมียม
35) แอฟริกาใต้ – พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติ ซาฟารี และเมืองท่องเที่ยวสำคัญของทวีปแอฟริกา
ประเทศไม่ต้องขอวีซ่า 2026 สำหรับคนไทย: สรุปแบบย่อยเร็ว
ถ้าอยากเที่ยวใกล้ไทย
ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน, ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน, กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์
ถ้าอยากเที่ยวธรรมชาติและอยู่ได้นาน
จอร์เจีย, คาซัคสถาน, คีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน, มองโกเลีย, โอมาน, ตุรกี
ถ้าอยากเที่ยวไกลในอเมริกาใต้
อาร์เจนตินา, บราซิล, ชิลี, เอกวาดอร์, เปรู, ปานามา, เฮติ
ถ้าอยากเที่ยวทะเลหรือฮันนีมูน
มัลดีฟส์, เซเชลส์, ซามัว
ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง แม้จะเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
1. ไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ได้แปลว่าเข้าประเทศได้อัตโนมัติ
ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางยังสามารถขอดูเอกสารเพิ่มเติมได้ เช่น ตั๋วขากลับ หลักฐานการจองที่พัก แผนการเดินทาง เงินสดหรือบัตรเครดิต และเหตุผลในการเดินทาง
2. ควรมีพาสปอร์ตเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน
แม้บางประเทศไม่ได้ระบุเหมือนกันทุกแห่ง แต่สายการบินและด่านตรวจคนเข้าเมืองมักใช้เกณฑ์นี้เป็นมาตรฐานเบื้องต้น
3. ต้องดูจำนวนวันพำนักให้ชัด
บางประเทศให้ 14 วัน บางประเทศ 30 วัน บางประเทศ 90 วัน และบางแห่งมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น เมียนมาเข้าได้เฉพาะสนามบินนานาชาติ หรือญี่ปุ่นและไต้หวันมีเงื่อนไขตามช่วงเวลา
4. ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง
เพราะสิทธิยกเว้นวีซ่าบางประเภทเป็นมาตรการฝ่ายเดียวจากประเทศปลายทาง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ทำไมข้อมูลบางเว็บบอก 36 หรือ 37 ประเทศ แต่เอกสารทางการบอก 35 ประเทศ/ดินแดน?
สาเหตุหลักมักเกิดจากการนับไม่เหมือนกัน เช่น บางแหล่งรวมประเทศที่เป็น Visa on Arrival เข้าไปด้วย บางแหล่งนับเฉพาะ “ประเทศ” แต่บางแหล่งนับรวม “ดินแดน” อย่างฮ่องกง มาเก๊า หรือไต้หวัน รวมถึงมีบางกรณีที่บทความเก่ายังไม่อัปเดตเงื่อนไขล่าสุด
ดังนั้น หากต้องการเขียนบทความให้แม่นและน่าเชื่อถือที่สุด ควรใช้คำว่า 35 ประเทศ/ดินแดนที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ณ วันที่ 1 เมษายน 2026 จะถูกต้องและปลอดภัยกว่าในเชิงข้อมูล
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า ปี 2026
Q: ปี 2026 คนไทยไปต่างประเทศได้กี่ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า?
A: หากอ้างอิงเอกสารล่าสุดของกรมการกงสุลสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดา จะอยู่ที่ 35 ประเทศ/ดินแดนที่ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
Q: ทำไมบางคนบอกว่ามี 37 ประเทศ?
A: เพราะบางแหล่งนับรวมประเทศที่เป็น Visa on Arrival หรือใช้อ้างอิงจากบทความเก่าที่ยังไม่ได้อัปเดตข้อมูลล่าสุด
Q: ญี่ปุ่น 2026 คนไทยยังไม่ต้องขอวีซ่าไหม?
A: ยังไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า โดยเอกสารล่าสุดระบุให้พำนักได้ไม่เกิน 15 วัน และมีเงื่อนไขด้านช่วงเวลาที่ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
Q: ไต้หวัน 2026 คนไทยยังไม่ต้องขอวีซ่าหรือไม่?
A: เอกสารล่าสุดระบุว่าไทยได้รับสิทธิยกเว้นวีซ่า 14 วันในช่วงเวลาที่กำหนด จึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนจองเดินทาง
Q: เกาหลีใต้คนไทยอยู่ได้กี่วันแบบไม่ต้องขอวีซ่า?
A: ตามรายการล่าสุด พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
Q: คนไทยไปจีน 2026 ต้องขอวีซ่าไหม?
A: ตามรายการล่าสุด คนไทยเข้าจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า และพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
Q: ประเทศที่คนไทยอยู่ได้นานที่สุดแบบไม่ต้องขอวีซ่าคือที่ไหน?
A: จอร์เจีย เป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นมาก เพราะพำนักได้ไม่เกิน 365 วันตามรายการล่าสุด
Q: ไม่ต้องขอวีซ่า แปลว่าไม่ต้องเตรียมเอกสารเลยหรือไม่?
A: ไม่ใช่ ผู้เดินทางยังควรเตรียมพาสปอร์ต ตั๋วขากลับ หลักฐานที่พัก และแผนการเดินทางไว้เสมอ
Q: Visa Free กับ Visa on Arrival แบบไหนสะดวกกว่า?
A: โดยทั่วไป Visa Free สะดวกกว่า เพราะไม่ต้องทำเรื่องวีซ่าเมื่อถึงปลายทาง แต่ยังต้องผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตามปกติ
Q: ก่อนเดินทางควรเช็กข้อมูลจากที่ไหน?
A: ควรเช็กจากเว็บไซต์ทางการของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เว็บไซต์ของสถานทูตประเทศปลายทาง และระบบข้อมูลการเดินทางของสายการบินหรือ IATA Travel Centre
Q: ถ้าบทความ SEO ต้องการใช้คีย์เวิร์ด “37 ประเทศไทยไปได้ไม่ต้องขอวีซ่า 2026” ควรทำอย่างไร?
A: สามารถใช้คีย์เวิร์ดนี้ในส่วนเกริ่นนำได้เพื่อดักการค้นหา แต่ในเนื้อหาหลักควรอธิบายให้ชัดว่า ข้อมูลทางการล่าสุดระบุ 35 ประเทศ/ดินแดน เพื่อความถูกต้องและน่าเชื่อถือ
วางแผนเที่ยวต่างประเทศให้คุ้ม — เลือกประเทศ Visa Free ที่ใช่สำหรับคุณ
กำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศปี 2026 แต่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องวีซ่า? บอกเลยว่า “พาสปอร์ตไทย” พาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด! เพราะมีหลายประเทศที่ คนไทยสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า (Visa Free) ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ หรือประเทศธรรมชาติสุดอลังอย่างจอร์เจียและมองโกเลีย
การเลือกประเทศให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยว จะช่วยให้ทริปของคุณ “คุ้มค่าและตรงใจ” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายเที่ยวชิล สายลุย หรือสายคอนเทนต์ ก็สามารถเลือกจุดหมายที่ใช่ได้ง่ายขึ้นจากลิสต์ประเทศ Visa Free ปี 2026 นี้
- สายเที่ยวใกล้ เดินทางง่าย: ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ เที่ยวสั้น ๆ 3–5 วันก็ฟินได้
- สายธรรมชาติ: จอร์เจีย มองโกเลีย คาซัคสถาน วิวภูเขา ทุ่งหญ้า และธรรมชาติอลังการระดับโลก
- สายทะเล & พักผ่อน: มัลดีฟส์ เซเชลส์ ฟิลิปปินส์ น้ำใส หาดสวย เหมาะกับทริปชิล
- สายลุย เที่ยวไกล: บราซิล เปรู ชิลี สำหรับคนที่อยากเปิดโลกใหม่แบบจัดเต็ม
อยากวางแผนเที่ยวแบบไม่ต้องปวดหัว? เลือกประเทศ Visa Free ให้เหมาะกับงบ เวลา และสไตล์ของคุณ พร้อมเตรียมเอกสารให้ครบก่อนเดินทาง จะช่วยให้ทริปของคุณ “ง่าย สะดวก และเที่ยวได้เต็มที่” มากยิ่งขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
- พาสปอร์ตไทยมีกี่สี? รู้ครบ 4 สี ต่างกันยังไง อัปเดตล่าสุด
- วีซ่า X1 กับ X2 ต่างกันยังไง? สรุปชัด เลือกให้ถูกก่อนเรียนต่อจีน
- เดินทางเป็นหมู่คณะต้องรู้! ตั๋วกรุ๊ปคุ้มกว่าอย่างไร? | Thaifly