Transit กับ Transfer ต่างกันอย่างไร? คำตอบที่นักเดินทางทุกคนควรรู้!

การเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยเฉพาะการบินระหว่างประเทศ มักมีคำศัพท์เฉพาะที่สร้างความสับสน เช่น “Transit” กับ “Transfer” ซึ่งดูคล้ายกัน แต่ความหมายจริงๆ นั้นต่างกัน และส่งผลต่อการวางแผนการเดินทางของคุณโดยตรง บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างจริงที่ช่วยให้คุณเข้าใจและไม่พลาดเมื่อเดินทาง
Transit คืออะไร?
Transit (ทรานซิต) คือ การแวะพักหรือหยุดพักชั่วคราวที่สนามบินหนึ่ง โดยไม่เปลี่ยนเครื่องบินหรือสายการบิน ผู้โดยสารยังคงนั่งอยู่บนเครื่องลำเดิม หรือบางกรณีอาจลงจากเครื่องแล้วกลับขึ้นลำเดิมหลังจากพัก เช่น การเติมน้ำมัน หรือเปลี่ยนลูกเรือ
ตัวอย่าง
-
คุณบินจากกรุงเทพฯ ไปลอนดอน กับสายการบินเดียว และเครื่องแวะที่โดฮา 1 ชั่วโมงเพื่อเติมน้ำมัน คุณไม่ต้องลงเครื่อง นั่นคือ “Transit”
Transfer คืออะไร?
Transfer (ทรานส์เฟอร์) หมายถึง การเปลี่ยนเครื่องบินระหว่างการเดินทาง ผู้โดยสารต้องลงจากเครื่องลำแรก และเดินทางไปขึ้นอีกลำหนึ่งที่สนามบินเดียวกัน หรือสนามบินใกล้เคียง
ตัวอย่าง
-
คุณบินจากกรุงเทพฯ ไปนิวยอร์ก โดยเปลี่ยนเครื่องที่โตเกียว ต้องลงจากเครื่องของสายการบิน A และไปต่อกับสายการบิน B นี่คือ “Transfer”
ตารางเปรียบเทียบ Transit และ Transfer
| รายการเปรียบเทียบ | Transit | Transfer |
|---|---|---|
| เปลี่ยนเครื่องบินหรือไม่ | ไม่เปลี่ยน | เปลี่ยน |
| เปลี่ยนสายการบิน | ไม่เปลี่ยน (ส่วนใหญ่) | เปลี่ยนได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจอง |
| ผ่านตม. หรือไม่ | ไม่ต้องผ่าน | อาจต้องผ่าน ตม. และโหลดกระเป๋าใหม่ |
| เวลาพัก | มักสั้น (1–2 ชั่วโมง) | นานกว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไป |
| ตัวอย่างสนามบินที่พบ | โดฮา, ดูไบ, สิงคโปร์ | ฮ่องกง, อินชอน, สุวรรณภูมิ |
เคล็ดลับสำหรับนักเดินทาง
-
ตรวจสอบตั๋วเครื่องบินว่าระบุเป็น "Transit" หรือ "Transfer" เพื่อวางแผนล่วงหน้า
-
หากเป็น Transfer ต่างสายการบิน ต้องเช็กว่าต้อง รับกระเป๋าแล้วโหลดใหม่หรือไม่
-
หากต้องการหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก ควรจองสายการบินเดียวแบบต่อเครื่อง (Transfer ภายในเครือ)
ข้อมูลอ้างอิง
-
IATA – https://www.iata.org
-
กรมการท่าอากาศยานไทย – https://airportthai.co.th
-
คู่มือสายการบิน Emirates, Qatar, Singapore Airlines (อัปเดต 2025)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Transit กับ Transfer ใช้แทนกันได้ไหม?
ไม่สามารถใช้แทนกันได้ Transit หมายถึงหยุดพักโดยไม่เปลี่ยนเครื่อง ส่วน Transfer คือการเปลี่ยนเครื่องบิน
2. หากเป็น Transit จำเป็นต้องมีวีซ่าไหม?
หากคุณไม่ออกจากเขต transit zone และประเทศนั้นไม่กำหนดวีซ่า Transit ก็ไม่จำเป็นต้องมี
3. การ Transfer ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับประเทศและสายการบิน ถ้าเป็นสายการบินเดียว มักไม่ต้องผ่าน แต่ถ้าต่างสายการบิน อาจต้องผ่านตม.
4. Transit ได้ออกจากสนามบินหรือไม่?
โดยทั่วไป ไม่สามารถออกจากสนามบินได้ หากไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
5. การ Transfer ต้องโหลดกระเป๋าใหม่หรือไม่?
ถ้าจองต่างสายการบิน หรือสายการบินไม่ร่วมเครือกัน อาจต้องโหลดกระเป๋าใหม่
6. ถ้าเปลี่ยนเครื่องบินในยุโรปต้องใช้วีซ่าชงเก้นหรือไม่?
ถ้า Transfer อยู่ในเขตชงเก้น และต้องผ่านตม. หรือเปลี่ยน terminal อาจต้องมีวีซ่าชงเก้น
7. Transit ใช้เวลานานแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่นาน?
มักอยู่ระหว่าง 30 นาที – 2 ชั่วโมง ขึ้นกับสายการบินและแผนการเดินทาง
8. ถ้ามีเวลารอเปลี่ยนเครื่องหลายชั่วโมง ควรทำอย่างไร?
ตรวจสอบว่าสนามบินมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เลานจ์, ห้องอาบน้ำ, Wi-Fi, หรือจองโรงแรมในสนามบิน
9. ทำไมต้องแยกคำว่า Transit และ Transfer ให้ชัด?
เพราะส่งผลต่อวีซ่า, เวลาเปลี่ยนเครื่อง, การโหลดกระเป๋า และการเตรียมตัวเดินทาง
10. สายการบินใดมีระบบ Transfer ที่สะดวกที่สุด?
สายการบินที่อยู่ในเครือเดียวกัน เช่น Star Alliance, SkyTeam มักจะจัดการเรื่องกระเป๋าและเวลาเปลี่ยนเครื่องได้ดี
การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Transit และ Transfer มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนการเดินทางระหว่างประเทศ เพราะอาจมีผลต่อการขอวีซ่า การเตรียมเอกสาร การโหลดกระเป๋า และการวางแผนเวลา หากคุณเลือกการเดินทางที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นและประหยัดเวลามากขึ้น
หากต้องการวางแผนทริปต่างประเทศให้สะดวกที่สุด สามารถติดต่อทีมงาน Thaifly ที่เชี่ยวชาญด้านการจองตั๋วเครื่องบินทั่วโลก