ข้อมูลทั่วไปของภูฎาน
ภูฏาน (Bhutan) ราชอาณาจักรแห่งหิมาลัย ดินแดนมังกรสายฟ้า
ภูฏาน (Bhutan อ่านว่า พู-ตาน) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) เป็นประเทศขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียใต้ ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศอินเดียกับจีน ดินแดนที่หลายคนยกให้เป็น "สวรรค์บนพื้นพิภพ"
เมืองหลวงของภูฏาน
ทิมพู (Thimphu) เป็นเมืองหลวงของภูฏาน อยู่ห่างจากเมืองปาโร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินเพียงแห่งเดียวในภูฏาน ประมาณ 65 กิโลเมตร ทิมพูอาจเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟแดง เนื่องจากเมืองมีถนนเล็กๆ เพียงไม่กี่สายเท่านั้น
ที่มาของชื่อ "ภูฏาน"
ตามตำนานเล่าว่า Tsangpa Gyare Yeshe Dorje (ค.ศ. 1161–1211) ได้ยินเสียงร้องซึ่งเชื่อว่าเป็นเสียงมังกร จึงตั้งชื่อสำนักของท่านว่า "Drukpa" ชื่อในภาษาท้องถิ่นของภูฏานคือ Druk Yul (ดรุก ยุล) แปลว่า "ดินแดนของมังกรสายฟ้า (Land of the Thunder Dragon)"
ชื่อ "ภูฏาน" (Bhutan) มาจากคำสมาสในภาษาสันสกฤต ภู-อุฏฺฏาน มีความหมายว่า "แผ่นดินบนที่สูง" ภูฏานมีเนื้อที่ประมาณ 46,500 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่ 6 จังหวัดภาคเหนือของไทย ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ลำปาง และแพร่ รวมกัน
ภูมิประเทศประเทศภูฏาน
ภูฏานตั้งอยู่ในแถบขุนเขาหิมาลัยระหว่างอินเดียกับจีน มีเทือกเขาเป็นจำนวนมาก จนได้รับการขนานนามว่า "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย" เคยผูกพันกับทิเบต แต่แยกออกมาเป็นรัฐอิสระตั้งแต่ ค.ศ. 1630
พรมแดนติดต่อของภูฏาน
- ทิศเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ: ทิเบต (จีน)
- ทิศใต้: แคว้นอัสสัมและเบงกอลตะวันตก (อินเดีย)
- ทิศตะวันออก: แคว้นอรุณาจัลประเทศ (อินเดีย)
- ทิศตะวันตก: แคว้นสิกขิม (อินเดีย)
ภูมิภาคต่างๆ ของภูฏาน
ภูฏานภาคใต้ เชิงผาหิมาลัย
เขตที่ราบภาคใต้เดิมเรียกว่า เขตดัวร์ แปลว่า "ปากประตู" เป็นแหล่งผลิตสำคัญเนื่องจากอยู่ใกล้ตลาดในภาคเหนือของอินเดียและบังคลาเทศ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวนาเชื้อสายเนปาลที่อพยพเข้ามาในปลายศตวรรษที่ 19 เรียกอย่างเป็นทางการว่า โฮตซัมปา นับถือศาสนาฮินดู
ภูฏานตะวันตก หุบเขาทั้งห้า
ประกอบด้วยหุบเขาฮา (2,700 เมตร) ปาโร (2,200 เมตร) ทิมพู (2,300 เมตร) และหุบเขาปูนาคากับวังดีโปดรัง (1,300 เมตร) เป็นถิ่นฐานของชาว "งาลง" ผู้พูดภาษาซงคา ซึ่งกลายเป็นภาษาประจำชาติในปัจจุบัน
ภูฏานภาคกลาง บุมทัง ภูมิหลังอันยาวนาน
ประกอบด้วยหลายท้องที่ แต่ละแห่งมีภาษาถิ่นของตนเอง (บุมทังคา เค็งคา กูร์เตคา) มีช่องเขายูตงลา (3,300 เมตร) เป็นประตูสู่เขตบุมทัง ซึ่งรุ่มรวยด้วยศิลปะและมีภูมิหลังอันยาวนาน วัดทุกแห่งล้วนมีประวัติเก่าแก่
ภูฏานตะวันออก ดินแดนแห่งท้องนาและผ้าทอ
ครอบคลุมเขตมงการ์ ตาชิกัง เปมากาเช และซัมดรุปจงคา มีหุบเขารูปตัว V เป็นถิ่นที่อยู่ของชาว "ชาชปปะ" ซึ่งมีฝีมือในการทอผ้าทั้งไหมและฝ้าย หุบเขายาดีและพงเมจึงได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งท้องนาและผ้าทอฝีมือประณีต
ภูฏานภาคเหนือ ภูผาหิมาลัย
เป็นจุดตั้งต้นเขตภูผาหิมาลัย ด้วยความสูงกว่า 3,500 เมตร ผู้คนยังชีพด้วยการเลี้ยงจามรีและเพาะปลูกเล็กๆ น้อยๆ ชาวบ้านเป็นพวกเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน อาศัยอยู่ในกระโจมสีดำที่ทอจากขนจามรี
ข้อมูลทั่วไปที่ควรรู้ก่อนเที่ยวภูฏาน
ข้อมูลพื้นฐานประเทศภูฏาน
- เวลา: ภูฏานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
- ไฟฟ้า: 220 โวลต์
- สกุลเงิน: งุลดรัม (Ngultrum) เรียกสั้นๆ ว่า นู (Nu) ผูกค่าเงินไว้กับรูปีอินเดีย สามารถใช้รูปีซื้อของได้
ภูมิอากาศประเทศภูฏาน
ภูฏานมีภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนมีฝนชุก ยกเว้นตอนเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูงที่มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิกลางวัน 15–25 องศาเซลเซียส กลางคืน 5–10 องศาเซลเซียส
4 ฤดูกาลในภูฏาน
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น อาจมีฝนประปราย
- ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) มีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชะอุ่ม
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) อากาศเย็น ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะแก่การเดินเขา
- ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) อากาศหนาวจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้า อาจมีหมอกหนาและหิมะตกในเดือนมกราคม
ชนชาติและภาษาในประเทศภูฏาน
3 ชนชาติหลักของภูฏาน
-
ชาชฮอป — คนพื้นเมืองดั้งเดิม
ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออก พูดภาษาชาชฮอป
-
งาลอป — ชนเชื้อสายทิเบต
ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก พูดภาษาซองคา
-
ลาร์ทเชมส์ — ชนเชื้อสายเนปาล
อยู่ทางภาคใต้ อพยพเข้ามาเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 พูดภาษาเนปาลี
นอกจากนี้ยังมีชนชาติอื่นๆ อีกหลายเผ่า รวมมีภาษาแยกย่อยราว 19 ภาษา
ภาษาประจำชาติภูฏาน ซองคา (Dzongkha)
ภาษา ซองคา หรือ ฌงฆะ (Dzongkha) เป็นภาษาราชการของภูฏาน เดิมเป็นภาษาถิ่นแถบตะวันตก เขียนด้วยอักษรทิเบต มีแบบอย่างมาจากเทวนาครีของสันสกฤต ชาวภูฏานยังพูดภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่เด็ก เนื่องจากมีการสอนภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับในโรงเรียน
การปกครองและเขตการปกครองของภูฏาน
ประเทศภูฏานแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 เขตบริหาร และแบ่งย่อยลงไปอีกรวมทั้งหมด 20 เขต ดังนี้
20 เขตการปกครองของภูฏาน
- เขตบุมทัง
- เขตชูคา
- เขตดากานา
- เขตกาซา
- เขตฮา
- เขตลฮุนต์ชิ
- เขตมองการ์
- เขตพาโร
- เขตเปมากัตเซล
- เขตพูนาคา
- เขตซัมดรุปจงคาร์
- เขตซัมชิ
- เขตซาร์ปัง
- เขตทิมพู
- เขตตาชิกัง
- เขตตาชิยังต์ซี
- เขตตงซา
- เขตชิรัง
- เขตวังดีโพดรัง
- เขตเชมกัง
ศาสนาในประเทศภูฏาน
ชาวภูฏานนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน (ตันตรยาน หรือวัชรยาน) 75% ศาสนาฮินดู 24% ศาสนาอิสลาม 0.7% และศาสนาคริสต์ 0.3% มีพระสงฆ์ราว 6,000 องค์ที่รัฐถวายความอุปการะ และสงฆ์อีกราว 3,000 องค์ที่มีเอกชนเป็นอุปัฏฐาก
วัฒนธรรมภูฏาน สัญลักษณ์และเอกลักษณ์ประจำชาติ
การแข่งขันธนู กีฬาประจำชาติภูฏาน
การแข่งขันธนูเป็นกีฬาสำคัญและประจำชาติของภูฏาน จัดขึ้นในงานเทศกาลและวันหยุดสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวภูฏาน
เครื่องแต่งกายประจำชาติภูฏาน
ชุดประจำชาติของผู้ชายเรียกว่า โฆ (Kho) และของผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ (Khira) ผ้าพันกายของผู้ชายยังแสดงถึงฐานะทางสังคม เช่น สีขาวมีขอบสำหรับสามัญชน สีเขียวสำหรับผู้พิพากษา และสีส้มเหลืองสำหรับพระมหากษัตริย์และพระสังฆราชา
วันชาติภูฏาน
วันที่ 17 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันชาติภูฏาน ตรงกับวันสถาปนาสมเด็จพระราชาธิบดี Ugyen Wangchuck ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์แรกของภูฏาน ณ ป้อมปูนาคา ในปี ค.ศ. 1907
สัญลักษณ์ประจำชาติภูฏาน
เพลงชาติภูฏาน
แต่งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1966 เนื้อความท่อนแรกแปลได้ว่า "ในแผ่นดินมังกร แดนสนไซเปรสแดงทางทิศใต้ ขอพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทำนุบำรุงแผ่นดินและพระศาสนา จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเทอญ"
ธงชาติภูฏานและความหมายของสัญลักษณ์
ธงชาติภูฏานออกแบบโดย ท่านมายุม โชยิง วังโม โดร์จี ในปี ค.ศ. 1947 และปรับเปลี่ยนในปี ค.ศ. 1956
- สีเหลือง (ครึ่งบน): หมายถึงอำนาจของพระมหากษัตริย์ และความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม
- สีส้ม (ครึ่งล่าง): หมายถึงการปฏิบัติธรรมและศรัทธาของชาวภูฏานต่อพุทธศาสนา
- มังกรสีขาว (ตรงกลาง): หมายถึงประเทศดรุกยุล ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า สีขาวแสดงความจงรักภักดีของทุกเชื้อชาติ
ตราแผ่นดินภูฏาน
ตราแผ่นดินเป็นรูปวงกลม มีดอกบัวรองรับวัชระและดวงแก้ว ขนาบด้วยมังกรสองตัว วัชระแทนสมดุลระหว่างศาสนจักรและอาณาจักร ดอกบัวแทนความบริสุทธิ์ ดวงแก้วแทนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ มังกรคู่เป็นที่มาของชื่อดรุ๊กยุล (แผ่นดินมังกรสายฟ้า)
สัตว์ ต้นไม้ ดอกไม้ และนกประจำชาติภูฏาน
สัตว์ประจำชาติภูฏาน ทาคิน (Takin)
ทาคิน (Burdorcas taxicolor) เป็นสัตว์หายากที่มีอยู่ในภูฏานเพียงแห่งเดียว อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ มีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะตัวใหญ่ ขนสีดำ น้ำหนักราว 250 กิโลกรัม อาศัยอยู่กันเป็นฝูงในป่าโปร่งบนความสูงกว่า 4,000 เมตร พบในภูฏาน ทิเบต และทางตะวันออกของจีน ชอบกินไม้ไผ่เป็นอาหาร
ต้นไม้ประจำชาติภูฏาน ต้นสนไซเปรส
ต้นสนไซเปรสนิยมปลูกตามวัดต่างๆ เพราะมีลำต้นตรงสง่างาม เข้มแข็งแต่อ่อนน้อม และเจริญงอกงามได้ทุกสภาพอากาศ เปรียบได้กับชาวภูฏานที่ซื่อตรงและแข็งแกร่ง
ดอกไม้ประจำชาติภูฏาน ดอกป๊อปปี้สีฟ้า
ดอกป๊อปปี้สีฟ้าเป็นดอกไม้ป่าที่พบตามเขตภูเขาสูงกว่า 1,000 เมตร ออกดอกปีละครั้งตอนต้นฤดูมรสุม (ปลายพฤษภาคม–กรกฎาคม) เมื่อออกดอกให้เมล็ดแล้วต้นจะตาย พบตั้งแต่ทิศตะวันออกถึงตะวันตกของภูฏาน
นกประจำชาติภูฏาน นกราเวน (Raven)
นกราเวน (Corvus corax) จัดอยู่ในตระกูลอีกา มีขนสีดำขลับ ใช้เป็นเครื่องประดับพระมาลาของพระมหากษัตริย์ และเป็นตัวแทนของเทพกมโป จาโรดนเซ้น (ท้าวมหากาฬภาคมีเศียรเป็นอีกา) ซึ่งเป็นเทพผู้ปกปักรักษาภูฏาน
อาหารประจำชาติภูฏาน
อาหารพื้นบ้านภูฏานเรียบง่าย อาหารหลักได้แก่ ข้าว บะหมี่ ข้าวโพด อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยพริก ผัก และมันหมู ชาวภูฏานนิยมอาหารรสจัด อาหารประจำชาติคือ Ema Datshi ซึ่งประกอบด้วยพริกสดกับซอสเนยต้มกับหัวไชเท้า มันหมูและหนังหมู เครื่องดื่มมักเป็นชาใส่นมหรือน้ำตาล ในฤดูหนาวนิยมดื่มเหล้าหมักผสมข้าวและไข่
เศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติภูฏาน
ภาพรวมเศรษฐกิจภูฏาน
สกุลเงิน: งุลตรัม (BTN) ผูกค่าเงินเป็นอัตราคงที่กับรูปีอินเดีย ประมาณ 40 รูปีต่อ 1 USD รายได้หลักกว่า 33% ของ GDP มาจากการเกษตร และประชากรกว่า 70% มีวิถีชีวิตขึ้นอยู่กับผลิตผลทางการเกษตร สินค้าส่งออกสำคัญคือไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ส่งออกไปยังอินเดีย
ภูฏานเป็นประเทศที่ประกาศว่าจะไม่สนใจ GDP แต่จะสนใจ GDH (Gross Domestic Happiness) หรือความสุขรวมภายในประเทศ แทน
ทรัพยากรธรรมชาติในภูฏาน
- พื้นที่ป่า 60% ของประเทศ
- อุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 แห่ง
- เขตสงวนธรรมชาติ 1 แห่ง รวมคิดเป็น 35% ของพื้นที่ประเทศ
- สัตว์และพืชหายากกว่า 7,000 ชนิด
- กล้วยไม้เฉพาะถิ่น 300 ชนิด พันธุ์ไม้หายาก 500 ชนิด และสมุนไพรหายาก 150 ชนิด